Articles
แชร์

พร้อมหรือยัง? เปลี่ยนผ่านสู่ ISO/IEC 27001:2022 ก่อนใบรับรองหมดอายุ ต.ค. 2025

การบริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศเป็นปัจจัยที่องค์กรยุคดิจิทัลต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากภัยคุกคามไซเบอร์มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น เช่น Ransomware, Phishing และการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรจึงต้องอาศัยกรอบมาตรฐานและกฎหมายที่ทันสมัยเพื่อป้องกันและจัดการความเสี่ยง ตัวอย่างมาตรฐานสากลที่ได้รับความนิยม ได้แก่ NIST Cybersecurity Framework, ISO 27000 series และ SOC 2 ขณะที่ในประเทศไทยก็มีกฎหมายสำคัญอย่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ที่บังคับใช้อย่างเข้มงวด ในมาตรฐานเหล่านี้ ISO/IEC 27001 ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะกรอบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่เน้นการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ช่วยให้องค์กรประเมิน และควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร การอัปเดตมาตรฐานนี้ให้ทันสมัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามใหม่ ๆ และรองรับการเติบโตขององค์กรที่นำเทคโนโลยีใหม่มาใช้อย่างต่อเนื่อง ISO/IEC 27001:2022 มาตรฐานระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศเวอร์ชันล่าสุด ได้รับการเผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม 2022 เพื่อรองรับความท้าทายด้านความปลอดภัยข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ในส่วนของข้อกำหนดหลัก (Clauses) ข้อกำหนดที่ 4 ถึง 10 มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหลายจุด มีการปรับเปลี่ยนถ้อยคำ และโครงสร้างประโยคกับข้อกำหนดเล็กน้อย โดยเฉพาะในข้อ 4.2, 6.2, 6.3 และ 8.1 ซึ่งมีการเพิ่มเนื้อหาใหม่ เช่น 6.3 การวางแผนการเปลี่ยนแปลง (Planning of Changes) และมีการแบ่งข้อกำหนดย่อยในหัวข้อการตรวจสอบภายใน และการทบทวนโดยผู้บริหาร เพื่อให้การบริหารความมั่นคงปลอดภัยมีความชัดเจน และครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสำคัญหนึ่งในจุดเด่นของเวอร์ชันใหม่นี้คือการปรับโครงสร้าง Annex A จากเดิม 14 หมวดหมู่ควบคุมเหลือเพียง 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
  • กลุ่มองค์กร (Organizational Controls) 37 ข้อ
  • กลุ่มบุคคล (People Controls) 8 ข้อ
  • กลุ่มกายภาพ (Physical Controls) 14 ข้อ
  • กลุ่มเทคโนโลยี (Technological Controls) 34 ข้อ

จำนวนมาตรการควบคุมลดลงจาก 114 ข้อ เหลือ 93 ข้อ โดยเกิดจากการควบรวม เปลี่ยนชื่อ และปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัย และมีการเพิ่มมาตรการควบคุมใหม่ 11 ข้อ ดังนี้

⚡️สรุปไฮไลต์ 11 มาตรการสำคัญที่ออกมาใหม่ มีรายละเอียดดังนี้⚡️

🔐 5.7 ข้อมูลหรือข่าวกรองด้านความมั่นคงปลอดภัย (Threat intelligence)

Control: ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศต้องมีการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ เพื่อจัดทำหรือผลิตข้อมูลหรือข่าวกรองด้านความมั่นคงปลอดภัย

🔐 5.23 ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสำหรับการใช้บริการ Cloud (Information security for use of cloud services)

Control: กระบวนการสำหรับการจัดหา การใช้บริการ การบริหารจัดการ และการสิ้นสุดการใช้บริการ Cloud ต้องมีการกำหนดโดยให้เป็นไปตามความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององค์กร

🔐 5.30 ความพร้อมด้าน ICT เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ICT readiness for business continuity)

Control: ความพร้อมด้าน ICT ต้องมีการวางแผน นำไปปฏิบัติ บำรุงรักษา และมีการทดสอบ (เพื่อให้เกิดความมั่นใจและมีความพร้อมอยู่เสมอ) โดยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความต้องการด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจและของระบบ ICT ที่เกี่ยวข้อง

🔐 7.4 การเฝ้าระวังด้านความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ (Physical security monitoring)

Control: บริเวณ อาคาร หรือสถานที่ขององค์กรต้องมีการเฝ้าระวังและติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการเข้าถึงการกายภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต

🔐 8.9 การบริหารจัดการการตั้งค่าระบบ (Configuration Management)

Control: การตั้งค่าระบบ ซึ่งรวมถึงการตั้งค่าด้านความมั่นคงปลอดภัยของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บริการ และเครือข่าย ต้องมีการกำหนด จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร นำสู่การปฏิบัติ ติดตาม และทบทวน (เพื่อให้เป็นไปตามการตั้งค่าที่กำหนดไว้นั้น

🔐 8.10 การลบข้อมูล (Information deletion)

Control: ข้อมูลที่มีการจัดเก็บไว้ในระบบสารสนเทศ อุปกรณ์ หรือบนสื่อบันทึกข้อมูลอื่นๆ ต้องมีการลบทำลายเมื่อไม่มีความจำเป็นในการใช้งานอีกต่อไป

🔐 8.11 การปิดบังข้อมูล (Data masking)

Control: การปิดบังข้อมูล (เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบถูกมองเห็น หรือถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้) ต้องมีการนำมาใช้งานโดยให้เป็นไปตามนโยบายเฉพาะแยกตามเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการเข้าถึง นโยบายเฉพาะแยกตามเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และความต้องการทางธุรกิจขององค์กร โดยต้องพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

🔐 8.12 การป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล (Data Leakage Prevention)

Control: มาตรการการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ต้องมีการนำมาประยุกต์ใช้กับระบบ เครือข่าย และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีการประมวลผล จัดเก็บ หรือรับส่งข้อมูลสำคัญ

🔐 8.16 กิจกรรมการเฝ้าระวังการทำงานของระบบและอุปกรณ์ (Monitoring Activities)

Control: เครือข่าย ระบบ และแอพพลิเคชั่นต้องมีการเฝ้าระวังการทำงานเพื่อตรวจหาพฤติกรรมที่ผิดปกติ และดำเนินการเพื่อประเมินความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่อาจเกิดขึ้น

🔐 8.23 การคัดกรองเว็บ (Web filtering)

Control: การเข้าถึงเว็บไซต์ภายนอกต้องได้รับการบริหารจัดการเพื่อลดโอกาสการเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตราย (เช่น โปรแกรมไม่ประสงค์ดี ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายต่างๆ เป็นต้น ที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่ข้อมูลและเครื่องคอมพิวเตอร์ขององค์กรได้ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง)

🔐 8.28 การเขียนโปรแกรมให้มีความมั่นคงปลอดภัย (Secure Coding)

Control: หลักการการเขียนโปรแกรมให้มีความมั่นคงปลอดภัยต้องมีการนำมาปฏิบัติกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านจาก ISO/IEC 27001:2013 ไปสู่เวอร์ชัน 2022 องค์กรควรตระหนักว่ามีการออก Amendment 1 (Climate Action Changes) แนบท้ายเพิ่มเติมในปี 2024 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่ที่สำคัญต่อระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS)

ISO/IEC 27001:2022 Amendment 1 2024 คืออะไร ⁉️

Amendment 1 ที่ประกาศใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2024 ได้เพิ่มข้อกำหนดสำคัญเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ในระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS) โดยมีสาระสำคัญดังนี้

🔓 CL.4.1 ความเข้าใจองค์กรและบริบทขององค์กร

องค์กรต้องกำหนดประเด็นภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กรและสิ่งที่อาจส่งผลต่อการบรรลุผลลัพธ์ของ ISMS โดยเพิ่มเติมว่าองค์กรต้องพิจารณาว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากเกี่ยวข้องต้องนำมาวิเคราะห์และจัดการในระบบบริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เช่น ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจกระทบศูนย์ข้อมูล หรือการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

🔓 CL.4.2 ความเข้าใจถึงความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย:

องค์กรต้องกำหนดผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับ ISMS รวมถึงความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียเหล่านั้น โดย Amendment 1 เพิ่มข้อสังเกตว่า ความต้องการและความคาดหวังเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่น ลูกค้าหรือคู่ค้าอาจมีข้อกำหนดด้านความยั่งยืนหรือการจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ หรือมีความคาดหวังต่อการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่องค์กรต้องเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร เป็นต้น ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรต้องให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเป็นระบบและครบถ้วน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มสากลและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

แนวทางและข้อควรพิจารณาในการเปลี่ยนผ่านสู่ ISO/IEC 27001:2022

องค์กรที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 27001:2013 จะต้องเปลี่ยนผ่านมาใช้เวอร์ชัน 2022 ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2025 หลังจากนี้ใบรับรองเวอร์ชันเดิมจะหมดอายุและไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป การอัปเกรดสู่ ISO/IEC 27001:2022 จึงเป็นก้าวสำคัญที่องค์กรควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบบริหารความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลมีความทันสมัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในอนาคต การวางแผนล่วงหน้าและดำเนินการอย่างเป็นระบบจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนผ่านได้อย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงในการไม่ผ่านการรับรอง

องค์กรที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจาก ISO/IEC 27001:2013 ไปสู่ ISO/IEC 27001:2022 ควรดำเนินการตามขั้นตอนสำคัญดังนี้

📌 ทำความเข้าใจข้อกำหนดใหม่

ศึกษาข้อกำหนดและการเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชัน 2022 ให้ครบถ้วน เช่น โครงสร้าง Annex A ที่ปรับใหม่ การเพิ่มควบคุมใหม่ และข้อกำหนดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Amendment 1) รวมถึงจัดอบรมหรือให้ความรู้กับทีมงานที่เกี่ยวข้อง

📌 วิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis)

เปรียบเทียบระบบ ISMS เดิมกับข้อกำหนดใหม่ เพื่อระบุจุดที่ต้องปรับปรุงหรือเพิ่มเติม เช่น นโยบาย ขั้นตอนการทำงาน และการควบคุมความปลอดภัย

📌 ปรับปรุงเอกสารและกระบวนการ

อัปเดตเอกสารนโยบาย ขั้นตอนปฏิบัติ แผนการบริหารความเสี่ยง และ Statement of Applicability (SOA) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่และควบคุมที่เพิ่มขึ้น

📌 อบรมและสร้างความตระหนัก

จัดอบรมให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าใจข้อกำหนดใหม่และบทบาทหน้าที่ในการปฏิบัติตามมาตรฐาน

📌 ดำเนินการตรวจสอบภายใน (Internal Audit)

ตรวจสอบความพร้อมและประเมินประสิทธิภาพของระบบที่ปรับปรุงแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับข้อกำหนด ISO/IEC 27001:2022

📌 ดำเนินการตรวจประเมินเปลี่ยนผ่าน (Transition Audit)

ติดต่อหน่วยงานรับรองเพื่อกำหนดวันตรวจประเมินเปลี่ยนผ่าน โดยการตรวจประเมินนี้จะยืนยันความสอดคล้องของระบบกับมาตรฐานใหม่ และออกใบรับรองเวอร์ชัน 2022 ให้กับองค์กร

📌 ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หลังจากได้รับการรับรองแล้ว ควรดำเนินการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่องและติดตามความเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานในอนาคต

🔺 ยกระดับระบบความปลอดภัยขององค์กรคุณด้วยบริการจาก ACinfotec 🔺

ACinfotec คือผู้นำด้านการให้คำปรึกษาและบริการแบบครบวงจร สำหรับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี และความเชี่ยวชาญเชิงลึกในการดำเนินงานกับองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม
  1. บริการของเรา ครอบคลุมทุกขั้นตอนแบบ End-to-End: ตั้งแต่การประเมินเบื้องต้น วิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) การออกแบบและปรับปรุงกระบวนการบริหารความเสี่ยง การจัดทำนโยบายและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจรับรอง
  2. การพัฒนาเอกสารพร้อมคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ: สามารถสร้างเอกสารให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจประเมิน
  3. บริการหลังการรับรอง: สนับสนุนองค์กรในการรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้คำปรึกษาด้านการปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับบริบทและการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
  4. สนับสนุนการอบรมและยกระดับศักยภาพบุคลากร: ACinfotec ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะของบุคลากร ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน โดยเป็นหลักสูตรเชิงลึกที่ได้รับการรับรองในระดับสากล อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กรได

ISO 27001 คืออะไร? สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความมั่นคงของข้อมูล

แหล่งอ้างอิงข้อมูลความเป็นมาและความสำคัญของ ISO 27001 


 

🚀 พร้อมหรือยังที่จะเดินหน้าสู่มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 อย่างมั่นใจ?

อย่าปล่อยให้องค์กรของคุณเสี่ยงต่อการขาดมาตรฐาน หรือต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด

 
วางแผนการเปลี่ยนผ่านก่อนใบรับรองหมดอายุ และรับคำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย Email: sales@acinfotec.com หรือโทร 02-670-8980-4

การบริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศเป็นปัจจัยที่องค์กรยุคดิจิทัลต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากภัยคุกคามไซเบอร์มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น เช่น Ransomware, Phishing และการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรจึงต้องอาศัยกรอบมาตรฐานและกฎหมายที่ทันสมัยเพื่อป้องกันและจัดการความเสี่ยง ตัวอย่างมาตรฐานสากลที่ได้รับความนิยม ได้แก่ NIST Cybersecurity Framework, ISO 27000 series และ SOC 2 ขณะที่ในประเทศไทยก็มีกฎหมายสำคัญอย่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ที่บังคับใช้อย่างเข้มงวด ในมาตรฐานเหล่านี้ ISO/IEC 27001 ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะกรอบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่เน้นการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ช่วยให้องค์กรประเมิน และควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร การอัปเดตมาตรฐานนี้ให้ทันสมัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามใหม่ ๆ และรองรับการเติบโตขององค์กรที่นำเทคโนโลยีใหม่มาใช้อย่างต่อเนื่อง

ISO/IEC 27001:2022 มาตรฐานระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศเวอร์ชันล่าสุด ได้รับการเผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม 2022 เพื่อรองรับความท้าทายด้านความปลอดภัยข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ในส่วนของข้อกำหนดหลัก (Clauses) ข้อกำหนดที่ 4 ถึง 10 มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหลายจุด มีการปรับเปลี่ยนถ้อยคำ และโครงสร้างประโยคกับข้อกำหนดเล็กน้อย โดยเฉพาะในข้อ 4.2, 6.2, 6.3 และ 8.1 ซึ่งมีการเพิ่มเนื้อหาใหม่ เช่น 6.3 การวางแผนการเปลี่ยนแปลง (Planning of Changes) และมีการแบ่งข้อกำหนดย่อยในหัวข้อการตรวจสอบภายใน และการทบทวนโดยผู้บริหาร เพื่อให้การบริหารความมั่นคงปลอดภัยมีความชัดเจน และครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสำคัญหนึ่งในจุดเด่นของเวอร์ชันใหม่นี้คือการปรับโครงสร้าง Annex A จากเดิม 14 หมวดหมู่ควบคุมเหลือเพียง 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มองค์กร (Organizational Controls) 37 ข้อ
  • กลุ่มบุคคล (People Controls) 8 ข้อ
  • กลุ่มกายภาพ (Physical Controls) 14 ข้อ
  • กลุ่มเทคโนโลยี (Technological Controls) 34 ข้อ

จำนวนมาตรการควบคุมลดลงจาก 114 ข้อ เหลือ 93 ข้อ โดยเกิดจากการควบรวม เปลี่ยนชื่อ และปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัย และมีการเพิ่มมาตรการควบคุมใหม่ 11 ข้อ ดังนี้

⚡️สรุปไฮไลต์ 11 มาตรการสำคัญที่ออกมาใหม่ มีรายละเอียดดังนี้⚡️

🔐 5.7 ข้อมูลหรือข่าวกรองด้านความมั่นคงปลอดภัย (Threat intelligence)

Control: ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศต้องมีการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ เพื่อจัดทำหรือผลิตข้อมูลหรือข่าวกรองด้านความมั่นคงปลอดภัย

🔐 5.23 ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสำหรับการใช้บริการ Cloud (Information security for use of cloud services)

Control: กระบวนการสำหรับการจัดหา การใช้บริการ การบริหารจัดการ และการสิ้นสุดการใช้บริการ Cloud ต้องมีการกำหนดโดยให้เป็นไปตามความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององค์กร

🔐 5.30 ความพร้อมด้าน ICT เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ICT readiness for business continuity)

Control: ความพร้อมด้าน ICT ต้องมีการวางแผน นำไปปฏิบัติ บำรุงรักษา และมีการทดสอบ (เพื่อให้เกิดความมั่นใจและมีความพร้อมอยู่เสมอ) โดยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความต้องการด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจและของระบบ ICT ที่เกี่ยวข้อง

🔐 7.4 การเฝ้าระวังด้านความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ (Physical security monitoring)

Control: บริเวณ อาคาร หรือสถานที่ขององค์กรต้องมีการเฝ้าระวังและติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการเข้าถึงการกายภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต

🔐 8.9 การบริหารจัดการการตั้งค่าระบบ (Configuration Management)

Control: การตั้งค่าระบบ ซึ่งรวมถึงการตั้งค่าด้านความมั่นคงปลอดภัยของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บริการ และเครือข่าย ต้องมีการกำหนด จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร นำสู่การปฏิบัติ ติดตาม และทบทวน (เพื่อให้เป็นไปตามการตั้งค่าที่กำหนดไว้นั้น

🔐 8.10 การลบข้อมูล (Information deletion)

Control: ข้อมูลที่มีการจัดเก็บไว้ในระบบสารสนเทศ อุปกรณ์ หรือบนสื่อบันทึกข้อมูลอื่นๆ ต้องมีการลบทำลายเมื่อไม่มีความจำเป็นในการใช้งานอีกต่อไป

🔐 8.11 การปิดบังข้อมูล (Data masking)

Control: การปิดบังข้อมูล (เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบถูกมองเห็น หรือถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้) ต้องมีการนำมาใช้งานโดยให้เป็นไปตามนโยบายเฉพาะแยกตามเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการเข้าถึง นโยบายเฉพาะแยกตามเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และความต้องการทางธุรกิจขององค์กร โดยต้องพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

🔐 8.12 การป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล (Data Leakage Prevention)

Control: มาตรการการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ต้องมีการนำมาประยุกต์ใช้กับระบบ เครือข่าย และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีการประมวลผล จัดเก็บ หรือรับส่งข้อมูลสำคัญ

🔐 8.16 กิจกรรมการเฝ้าระวังการทำงานของระบบและอุปกรณ์ (Monitoring Activities)

Control: เครือข่าย ระบบ และแอพพลิเคชั่นต้องมีการเฝ้าระวังการทำงานเพื่อตรวจหาพฤติกรรมที่ผิดปกติ และดำเนินการเพื่อประเมินความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่อาจเกิดขึ้น

🔐 8.23 การคัดกรองเว็บ (Web filtering)

Control: การเข้าถึงเว็บไซต์ภายนอกต้องได้รับการบริหารจัดการเพื่อลดโอกาสการเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตราย (เช่น โปรแกรมไม่ประสงค์ดี ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายต่างๆ เป็นต้น ที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่ข้อมูลและเครื่องคอมพิวเตอร์ขององค์กรได้ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง)

🔐 8.28 การเขียนโปรแกรมให้มีความมั่นคงปลอดภัย (Secure Coding)

Control: หลักการการเขียนโปรแกรมให้มีความมั่นคงปลอดภัยต้องมีการนำมาปฏิบัติกับการพัฒนาซอฟต์แวร์

ในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านจาก ISO/IEC 27001:2013 ไปสู่เวอร์ชัน 2022 องค์กรควรตระหนักว่ามีการออก Amendment 1 (Climate Action Changes) แนบท้ายเพิ่มเติมในปี 2024 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่ที่สำคัญต่อระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS)


ISO/IEC 27001:2022 Amendment 1 2024 คืออะไร ⁉️

Amendment 1 ที่ประกาศใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2024 ได้เพิ่มข้อกำหนดสำคัญเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ในระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS) โดยมีสาระสำคัญดังนี้

🔓 CL.4.1 ความเข้าใจองค์กรและบริบทขององค์กร

องค์กรต้องกำหนดประเด็นภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กรและสิ่งที่อาจส่งผลต่อการบรรลุผลลัพธ์ของ ISMS โดยเพิ่มเติมว่าองค์กรต้องพิจารณาว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากเกี่ยวข้องต้องนำมาวิเคราะห์และจัดการในระบบบริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เช่น ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจกระทบศูนย์ข้อมูล หรือการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

🔓 CL.4.2 ความเข้าใจถึงความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย:

องค์กรต้องกำหนดผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับ ISMS รวมถึงความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียเหล่านั้น โดย Amendment 1 เพิ่มข้อสังเกตว่า ความต้องการและความคาดหวังเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่น ลูกค้าหรือคู่ค้าอาจมีข้อกำหนดด้านความยั่งยืนหรือการจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ หรือมีความคาดหวังต่อการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่องค์กรต้องเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร เป็นต้น

ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรต้องให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเป็นระบบและครบถ้วน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มสากลและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว


แนวทางและข้อควรพิจารณาในการเปลี่ยนผ่านสู่ ISO/IEC 27001:2022

องค์กรที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 27001:2013 จะต้องเปลี่ยนผ่านมาใช้เวอร์ชัน 2022 ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2025 หลังจากนี้ใบรับรองเวอร์ชันเดิมจะหมดอายุและไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป การอัปเกรดสู่ ISO/IEC 27001:2022 จึงเป็นก้าวสำคัญที่องค์กรควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบบริหารความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลมีความทันสมัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในอนาคต การวางแผนล่วงหน้าและดำเนินการอย่างเป็นระบบจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนผ่านได้อย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงในการไม่ผ่านการรับรอง

องค์กรที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจาก ISO/IEC 27001:2013 ไปสู่ ISO/IEC 27001:2022 ควรดำเนินการตามขั้นตอนสำคัญดังนี้

📌 ทำความเข้าใจข้อกำหนดใหม่

ศึกษาข้อกำหนดและการเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชัน 2022 ให้ครบถ้วน เช่น โครงสร้าง Annex A ที่ปรับใหม่ การเพิ่มควบคุมใหม่ และข้อกำหนดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Amendment 1) รวมถึงจัดอบรมหรือให้ความรู้กับทีมงานที่เกี่ยวข้อง

📌 วิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis)

เปรียบเทียบระบบ ISMS เดิมกับข้อกำหนดใหม่ เพื่อระบุจุดที่ต้องปรับปรุงหรือเพิ่มเติม เช่น นโยบาย ขั้นตอนการทำงาน และการควบคุมความปลอดภัย

📌 ปรับปรุงเอกสารและกระบวนการ

อัปเดตเอกสารนโยบาย ขั้นตอนปฏิบัติ แผนการบริหารความเสี่ยง และ Statement of Applicability (SOA) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่และควบคุมที่เพิ่มขึ้น

📌 อบรมและสร้างความตระหนัก

จัดอบรมให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าใจข้อกำหนดใหม่และบทบาทหน้าที่ในการปฏิบัติตามมาตรฐาน

📌 ดำเนินการตรวจสอบภายใน (Internal Audit)

ตรวจสอบความพร้อมและประเมินประสิทธิภาพของระบบที่ปรับปรุงแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับข้อกำหนด ISO/IEC 27001:2022

📌 ดำเนินการตรวจประเมินเปลี่ยนผ่าน (Transition Audit)

ติดต่อหน่วยงานรับรองเพื่อกำหนดวันตรวจประเมินเปลี่ยนผ่าน โดยการตรวจประเมินนี้จะยืนยันความสอดคล้องของระบบกับมาตรฐานใหม่ และออกใบรับรองเวอร์ชัน 2022 ให้กับองค์กร

📌 ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หลังจากได้รับการรับรองแล้ว ควรดำเนินการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่องและติดตามความเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานในอนาคต


🔺 ยกระดับระบบความปลอดภัยขององค์กรคุณด้วยบริการจาก ACinfotec 🔺

ACinfotec คือผู้นำด้านการให้คำปรึกษาและบริการแบบครบวงจร สำหรับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี และความเชี่ยวชาญเชิงลึกในการดำเนินงานกับองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม

  1. บริการของเรา ครอบคลุมทุกขั้นตอนแบบ End-to-End: ตั้งแต่การประเมินเบื้องต้น วิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) การออกแบบและปรับปรุงกระบวนการบริหารความเสี่ยง การจัดทำนโยบายและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจรับรอง
  2. การพัฒนาเอกสารพร้อมคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ: สามารถสร้างเอกสารให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจประเมิน
  3. บริการหลังการรับรอง: สนับสนุนองค์กรในการรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้คำปรึกษาด้านการปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับบริบทและการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
  4. สนับสนุนการอบรมและยกระดับศักยภาพบุคลากร: ACinfotec ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะของบุคลากร ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน โดยเป็นหลักสูตรเชิงลึกที่ได้รับการรับรองในระดับสากล อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กรได

ISO 27001 คืออะไร? สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความมั่นคงของข้อมูล

แหล่งอ้างอิงข้อมูลความเป็นมาและความสำคัญของ ISO 27001 


 

🚀 พร้อมหรือยังที่จะเดินหน้าสู่มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 อย่างมั่นใจ?

อย่าปล่อยให้องค์กรของคุณเสี่ยงต่อการขาดมาตรฐาน หรือต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด

 

วางแผนการเปลี่ยนผ่านก่อนใบรับรองหมดอายุ และรับคำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Email: sales@acinfotec.com หรือโทร 02-670-8980-4

ISO-27701-01-1200x619
Advertorial-27701-WEB-scaled_11zon
ISO-27701-03-scaled_11zon
ติดต่อเรา
เพื่อรับคำปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ACinfotec พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์เคียงข้างคุณ ตั้งแต่ก้าวแรก… จนถึงการรับรอง

ติดต่อเรา เพื่อขอรับคำปรึกษาฟรี : services@acinfotec.com หรือโทร 02-670-8980-4
สามารดาวน์โหลดเอกสารแนะนำบริการของ ACinfotec ที่นี่