Articles
แชร์

เจาะลึก ISO 27001 Controls – Secure by Design

เสริมความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการพัฒนาซอฟต์แวร์และโครงการ IT

เจาะลึก ISO 27001 Controls Episode 3

Secure by Design: Embedding Information Security in Every Phase of Software Development & Project Lifecycle

ในยุคที่ซอฟต์แวร์และโครงการ IT เป็นแกนหลักของธุรกิจ การฝังความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการพัฒนาหรือ Secure by Design จึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่แค่ป้องกันภัยคุกคามล่วงหน้า แต่ยังลดต้นทุนจากการแก้ไขช่องโหว่ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน บทความนี้จะพาคุณเข้าใจการประยุกต์ใช้ ISO 27001 Controls ในแต่ละขั้นตอนของการพัฒนาและบริหารโครงการ ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ เขียนโค้ด ทดสอบ ไปจนถึงการส่งมอบระบบ พร้อมตัวอย่างแนวปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อให้องค์กรพัฒนาระบบที่ “ปลอดภัยตั้งแต่รากฐาน” อย่างยั่งยืน โดย ISO 27001:2022 มี Controls ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดนี้ ดังต่อไปนี้

🔹 A.5.8 — การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในการบริหารโครงการ (Information Security in Project Management)

สรุป: ต้องฝังมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยเข้าไปในทุกขั้นตอนของการดำเนินโครงการ เช่น การประเมินความเสี่ยง, การวางแผนควบคุม และการทดสอบระบบ ตัวอย่าง:
  • โครงการพัฒนา Mobile App จัดทำ Security Risk Assessment ก่อนเริ่มโครงการ
  • มี Security Sign-off เป็นเกณฑ์ในการ Go-live
ประโยชน์:
  • ป้องกันช่องโหว่ที่เกิดจากการละเลยในช่วงพัฒนา
  • ลดต้นทุนจากการแก้ไขความเสี่ยงภายหลัง

🔹 A.8.25 — วงจรการพัฒนาแบบปลอดภัย (Secure Development Life Cycle – SDLC)

สรุป: องค์กรต้องกำหนดและปฏิบัติตามกระบวนการพัฒนาอย่างปลอดภัยตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การวางแผนจนถึงการนำไปใช้งาน ตัวอย่าง:
  • SDLC รวมกิจกรรม Security เช่น Threat Modeling และ Static Code Analysis ในแต่ละ Phase
  • มี Security Gate ระหว่าง Design → Build → Test → Release
ประโยชน์:
  • ลดความเสี่ยงจากโค้ดที่มีช่องโหว่
  • สร้างวัฒนธรรม DevSecOps

🔹 A.8.26 — ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน (Application Security Requirements)

สรุป: องค์กรต้องกำหนดความต้องการด้านความปลอดภัยของแอปพลิเคชันอย่างชัดเจนก่อนเริ่มการออกแบบและพัฒนา ตัวอย่าง:
  • ระบุว่าระบบต้องมี MFA, เข้ารหัสข้อมูลที่จัดเก็บ และรองรับ Logging
  • ระบุ requirement ให้มีการ Validate Input และ Session Timeout
ประโยชน์:
  • ลดความเสี่ยงช่องโหว่ตั้งแต่การออกแบบ
  • รองรับ Compliance เช่น PDPA, PCI-DSS

🔹 A.8.27 — สถาปัตยกรรมและหลักการออกแบบระบบอย่างปลอดภัย (Secure System Architecture and Engineering Principles)

สรุป: ต้องใช้แนวทางการออกแบบระบบที่เน้นความมั่นคงปลอดภัย เช่น Principle of Least Privilege, Defense in Depth และ Zero Trust ตัวอย่าง:
  • แยกบริการ API กับ Database ด้วย Layer Firewall
  • ออกแบบโดยใช้ Secure Design Pattern ที่ผ่านการตรวจสอบ
ประโยชน์:
  • ป้องกันการโจมตีโดยอาศัยโครงสร้างระบบ
  • เสริมความยืดหยุ่นของระบบต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

🔹 A.8.28 — การเขียนโค้ดอย่างปลอดภัย (Secure Coding)

สรุป: ต้องกำหนดแนวปฏิบัติและแนวทางเขียนโค้ดให้ปลอดภัย รวมถึงอบรมพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาให้ตระหนักด้าน Secure Coding ตัวอย่าง:
  • ใช้ OWASP Secure Coding Guidelines
  • มี Code Review โดยเน้นประเด็น Security เช่น SQL Injection, Cross-site Scripting (XSS)
ประโยชน์:
  • ลดต้นเหตุของช่องโหว่ในระดับโค้ด
  • เสริมความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้ใช้งาน

🔹 A.8.29 — การทดสอบความปลอดภัยในระยะพัฒนาและทดสอบรับระบบ (Security Testing in Development and Acceptance)

สรุป: ต้องมีการทดสอบด้านความปลอดภัยทั้งในระหว่างการพัฒนาและก่อนนำระบบไปใช้งานจริง เช่น Static, Dynamic และ Penetration Testing ตัวอย่าง:
  • ทำ Static Code Analysis ด้วย SAST Tool ก่อน QA
  • ทำ Pen Test ระบบใหม่ก่อน Go-live
ประโยชน์:
  • ตรวจจับช่องโหว่ก่อนระบบถูกใช้จริง
  • ลดความเสี่ยงต่อชื่อเสียงหากมีเหตุ Data Breach

🔹A.8.30 — การพัฒนาระบบโดยบุคคลภายนอก (Outsourced Development)

🔗 เชื่อมโยงกับ A.5.20 — ข้อตกลงด้านความปลอดภัยในสัญญากับผู้ให้บริการ สรุป: การว่าจ้างพัฒนาโดยบุคคลภายนอกต้องกำหนดข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยไว้ใน TOR, สัญญา และติดตามการปฏิบัติ ตัวอย่าง:
  • สัญญาว่าจ้างกำหนดให้ Source Code เป็นทรัพย์สินขององค์กร
  • Supplier ต้องส่งมอบ Secure Coding Checklist และรายงานการทดสอบความปลอดภัย
ประโยชน์:
  • ลดความเสี่ยงจากการที่องค์กรไม่มีอำนาจควบคุมการพัฒนาโดยตรง
  • สอดคล้องกับมาตรฐาน A.5.20 เรื่องสัญญากับ Supplier

🔹A.8.31 — การแยกสภาพแวดล้อมพัฒนา ทดสอบ และระบบใช้งานจริง (Separation of Development, Test and Production Environments)

สรุป: ต้องแยกสภาพแวดล้อม 3 ส่วนออกจากกันอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และความเสี่ยงจากการแก้ไขระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ตัวอย่าง:
  • Production ไม่อนุญาตให้ Developer เข้าถึงโดยตรง
  • Test Environment มีข้อมูลจำลอง ไม่ใช้ Production Data จริง
ประโยชน์:
  • ป้องกันการเปลี่ยนแปลงระบบสำคัญโดยไม่ตั้งใจ
  • ลดความเสี่ยงการนำข้อมูลจริงมาใช้ในการทดสอบ

🔹 A.8.33 — ข้อมูลในการทดสอบระบบ (Test Information)

สรุป: ข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบระบบต้องได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกรณีใช้ข้อมูลจริง หรือมีข้อมูลที่อ่อนไหว ตัวอย่าง:
  • ใช้ Data Masking เพื่อปิดบังข้อมูลลูกค้าก่อนนำมาทดสอบ
  • อนุญาตเฉพาะทีม QA เข้าถึงข้อมูลทดสอบ
ประโยชน์:
  • ลดโอกาสรั่วไหลของ PII และข้อมูลธุรกิจสำคัญ
  • ปฏิบัติตาม PDPA, GDPR ที่ห้ามนำข้อมูลจริงมาใช้โดยไม่มีเหตุผลจำเป็น

ความสัมพันธ์ระหว่าง ISO 27001 Controls ทั้งหมด

ลำดับ ความสัมพันธ์
A.5.8 บริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยตั้งแต่ระดับโครงการ
A.8.25-A.8.31 วางแนวทางพัฒนาอย่างปลอดภัย: SDLC → Requirement → Architecture → Coding → Testing → Environment Separation
A.8.30 เน้นกรณีพัฒนาโดย Supplier ต้องใช้หลักเดียวกัน + ผูกกับสัญญา (A.5.20)
A.8.33 ระบุเฉพาะเจาะจงเรื่องการใช้ข้อมูลอย่างปลอดภัยในการทดสอบ
  อ่าน เข้าใจ ISO 27001 ที่องค์กรต้องรู้: สรุปครบ อ่านง่าย จบใน 5 นาที เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเพื่ออ่าน Episode อื่น ๆ เพิ่มเติม  แหล่งอ้างอิงข้อมูลความเป็นมาและความสำคัญของมาตรฐานนี้ หากคุณพร้อมจะยกระดับองค์กรให้ก้าวล้ำกว่าเดิม วันนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด — เริ่มศึกษา วางแผน และลงมือสร้างระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐาน ISO 27001 ที่แข็งแกร่งไปกับเรา   ACinfotec พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์เคียงข้างคุณ ตั้งแต่ก้าวแรก… จนถึงการรับรอง
รับคำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย Email: sales@acinfotec.com หรือโทร 02-670-8980-4

เสริมความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการพัฒนาซอฟต์แวร์และโครงการ IT

เจาะลึก ISO 27001 Controls Episode 3

Secure by Design: Embedding Information Security in Every Phase of Software Development & Project Lifecycle

ในยุคที่ซอฟต์แวร์และโครงการ IT เป็นแกนหลักของธุรกิจ การฝังความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการพัฒนาหรือ Secure by Design จึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่แค่ป้องกันภัยคุกคามล่วงหน้า แต่ยังลดต้นทุนจากการแก้ไขช่องโหว่ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน บทความนี้จะพาคุณเข้าใจการประยุกต์ใช้ ISO 27001 Controls ในแต่ละขั้นตอนของการพัฒนาและบริหารโครงการ ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ เขียนโค้ด ทดสอบ ไปจนถึงการส่งมอบระบบ พร้อมตัวอย่างแนวปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อให้องค์กรพัฒนาระบบที่ “ปลอดภัยตั้งแต่รากฐาน” อย่างยั่งยืน โดย ISO 27001:2022 มี Controls ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดนี้ ดังต่อไปนี้

🔹 A.5.8 — การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในการบริหารโครงการ (Information Security in Project Management)

สรุป: ต้องฝังมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยเข้าไปในทุกขั้นตอนของการดำเนินโครงการ เช่น การประเมินความเสี่ยง, การวางแผนควบคุม และการทดสอบระบบ

ตัวอย่าง:

  • โครงการพัฒนา Mobile App จัดทำ Security Risk Assessment ก่อนเริ่มโครงการ
  • มี Security Sign-off เป็นเกณฑ์ในการ Go-live

ประโยชน์:

  • ป้องกันช่องโหว่ที่เกิดจากการละเลยในช่วงพัฒนา
  • ลดต้นทุนจากการแก้ไขความเสี่ยงภายหลัง

🔹 A.8.25 — วงจรการพัฒนาแบบปลอดภัย (Secure Development Life Cycle – SDLC)

สรุป: องค์กรต้องกำหนดและปฏิบัติตามกระบวนการพัฒนาอย่างปลอดภัยตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การวางแผนจนถึงการนำไปใช้งาน

ตัวอย่าง:

  • SDLC รวมกิจกรรม Security เช่น Threat Modeling และ Static Code Analysis ในแต่ละ Phase
  • มี Security Gate ระหว่าง Design → Build → Test → Release

ประโยชน์:

  • ลดความเสี่ยงจากโค้ดที่มีช่องโหว่
  • สร้างวัฒนธรรม DevSecOps

🔹 A.8.26 — ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน (Application Security Requirements)

สรุป: องค์กรต้องกำหนดความต้องการด้านความปลอดภัยของแอปพลิเคชันอย่างชัดเจนก่อนเริ่มการออกแบบและพัฒนา

ตัวอย่าง:

  • ระบุว่าระบบต้องมี MFA, เข้ารหัสข้อมูลที่จัดเก็บ และรองรับ Logging
  • ระบุ requirement ให้มีการ Validate Input และ Session Timeout

ประโยชน์:

  • ลดความเสี่ยงช่องโหว่ตั้งแต่การออกแบบ
  • รองรับ Compliance เช่น PDPA, PCI-DSS

🔹 A.8.27 — สถาปัตยกรรมและหลักการออกแบบระบบอย่างปลอดภัย (Secure System Architecture and Engineering Principles)

สรุป: ต้องใช้แนวทางการออกแบบระบบที่เน้นความมั่นคงปลอดภัย เช่น Principle of Least Privilege, Defense in Depth และ Zero Trust

ตัวอย่าง:

  • แยกบริการ API กับ Database ด้วย Layer Firewall
  • ออกแบบโดยใช้ Secure Design Pattern ที่ผ่านการตรวจสอบ

ประโยชน์:

  • ป้องกันการโจมตีโดยอาศัยโครงสร้างระบบ
  • เสริมความยืดหยุ่นของระบบต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

🔹 A.8.28 — การเขียนโค้ดอย่างปลอดภัย (Secure Coding)

สรุป: ต้องกำหนดแนวปฏิบัติและแนวทางเขียนโค้ดให้ปลอดภัย รวมถึงอบรมพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาให้ตระหนักด้าน Secure Coding

ตัวอย่าง:

  • ใช้ OWASP Secure Coding Guidelines
  • มี Code Review โดยเน้นประเด็น Security เช่น SQL Injection, Cross-site Scripting (XSS)

ประโยชน์:

  • ลดต้นเหตุของช่องโหว่ในระดับโค้ด
  • เสริมความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้ใช้งาน

🔹 A.8.29 — การทดสอบความปลอดภัยในระยะพัฒนาและทดสอบรับระบบ (Security Testing in Development and Acceptance)

สรุป: ต้องมีการทดสอบด้านความปลอดภัยทั้งในระหว่างการพัฒนาและก่อนนำระบบไปใช้งานจริง เช่น Static, Dynamic และ Penetration Testing

ตัวอย่าง:

  • ทำ Static Code Analysis ด้วย SAST Tool ก่อน QA
  • ทำ Pen Test ระบบใหม่ก่อน Go-live

ประโยชน์:

  • ตรวจจับช่องโหว่ก่อนระบบถูกใช้จริง
  • ลดความเสี่ยงต่อชื่อเสียงหากมีเหตุ Data Breach

🔹A.8.30 — การพัฒนาระบบโดยบุคคลภายนอก (Outsourced Development)

🔗 เชื่อมโยงกับ A.5.20 — ข้อตกลงด้านความปลอดภัยในสัญญากับผู้ให้บริการ

สรุป: การว่าจ้างพัฒนาโดยบุคคลภายนอกต้องกำหนดข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยไว้ใน TOR, สัญญา และติดตามการปฏิบัติ

ตัวอย่าง:

  • สัญญาว่าจ้างกำหนดให้ Source Code เป็นทรัพย์สินขององค์กร
  • Supplier ต้องส่งมอบ Secure Coding Checklist และรายงานการทดสอบความปลอดภัย

ประโยชน์:

  • ลดความเสี่ยงจากการที่องค์กรไม่มีอำนาจควบคุมการพัฒนาโดยตรง
  • สอดคล้องกับมาตรฐาน A.5.20 เรื่องสัญญากับ Supplier

🔹A.8.31 — การแยกสภาพแวดล้อมพัฒนา ทดสอบ และระบบใช้งานจริง (Separation of Development, Test and Production Environments)

สรุป: ต้องแยกสภาพแวดล้อม 3 ส่วนออกจากกันอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และความเสี่ยงจากการแก้ไขระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตัวอย่าง:

  • Production ไม่อนุญาตให้ Developer เข้าถึงโดยตรง
  • Test Environment มีข้อมูลจำลอง ไม่ใช้ Production Data จริง

ประโยชน์:

  • ป้องกันการเปลี่ยนแปลงระบบสำคัญโดยไม่ตั้งใจ
  • ลดความเสี่ยงการนำข้อมูลจริงมาใช้ในการทดสอบ

🔹 A.8.33 — ข้อมูลในการทดสอบระบบ (Test Information)

สรุป: ข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบระบบต้องได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกรณีใช้ข้อมูลจริง หรือมีข้อมูลที่อ่อนไหว

ตัวอย่าง:

  • ใช้ Data Masking เพื่อปิดบังข้อมูลลูกค้าก่อนนำมาทดสอบ
  • อนุญาตเฉพาะทีม QA เข้าถึงข้อมูลทดสอบ

ประโยชน์:

  • ลดโอกาสรั่วไหลของ PII และข้อมูลธุรกิจสำคัญ
  • ปฏิบัติตาม PDPA, GDPR ที่ห้ามนำข้อมูลจริงมาใช้โดยไม่มีเหตุผลจำเป็น

ความสัมพันธ์ระหว่าง ISO 27001 Controls ทั้งหมด

ลำดับ ความสัมพันธ์
A.5.8 บริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยตั้งแต่ระดับโครงการ
A.8.25-A.8.31 วางแนวทางพัฒนาอย่างปลอดภัย: SDLC → Requirement → Architecture → Coding → Testing → Environment Separation
A.8.30 เน้นกรณีพัฒนาโดย Supplier ต้องใช้หลักเดียวกัน + ผูกกับสัญญา (A.5.20)
A.8.33 ระบุเฉพาะเจาะจงเรื่องการใช้ข้อมูลอย่างปลอดภัยในการทดสอบ

 

อ่าน เข้าใจ ISO 27001 ที่องค์กรต้องรู้: สรุปครบ อ่านง่าย จบใน 5 นาที เพิ่มเติมได้ที่นี่

คลิกเพื่ออ่าน Episode อื่น ๆ เพิ่มเติม 

แหล่งอ้างอิงข้อมูลความเป็นมาและความสำคัญของมาตรฐานนี้

หากคุณพร้อมจะยกระดับองค์กรให้ก้าวล้ำกว่าเดิม วันนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด — เริ่มศึกษา วางแผน และลงมือสร้างระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐาน ISO 27001 ที่แข็งแกร่งไปกับเรา

 

ACinfotec พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์เคียงข้างคุณ ตั้งแต่ก้าวแรก… จนถึงการรับรอง

รับคำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Email: sales@acinfotec.com หรือโทร 02-670-8980-4

ISO-27701-01-1200x619
Advertorial-27701-WEB-scaled_11zon
ISO-27701-03-scaled_11zon
ติดต่อเรา
เพื่อรับคำปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ACinfotec พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์เคียงข้างคุณ ตั้งแต่ก้าวแรก… จนถึงการรับรอง

ติดต่อเรา เพื่อขอรับคำปรึกษาฟรี : services@acinfotec.com หรือโทร 02-670-8980-4
สามารดาวน์โหลดเอกสารแนะนำบริการของ ACinfotec ที่นี่